นโยบายและการจัดการ

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

มุ่งมั่นเป็นพลเมือง ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยจะยืดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

  • 1

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะปฏิบัติตามกฏหมาย และมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมภายในบริษัท พร้อมทั้งมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมที่วางไว้

  • 2

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะทุ่มเทปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการทำงานของระบบสิ่งแวดล้อม และการป้องกัน มลพิษซึ่งบรรลุได้โดย

    • มุ่งเน้นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากวัตถุดิบและกระบวนการผลิต โดยการประเมินผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมจากสิ่งเหล่านั้น ก่อนที่จะนำวัตถุดิบใหม่มาใช้หรือก่อนมีกระบวนการผลิตใหม่ๆ
    • หาวิธีการลดปริมาณการใช้พลังงาน ลดระดับมลพิษและปริมาณของเสียที่ออกสู่สิ่งแวดล้อม
  • 3

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความพยายามที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อพนักงานทุกคน เพื่อให้การปฏิบัติ และการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมบังเกิดผลมากที่สุด

  • 4

    ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารกับชุมชนในท้องถิ่นและให้ความร่วมมือที่ดีในกิจกรรมการรักษาสิ่งแวดล้อม

นโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ให้เป็นไปในลักษณะที่ส่งเสริมความปลอดภัย ให้แก่พนักงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า และประชาชน บริษัทฯ จะพยายามป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และความเจ็บปวด เนื่องจากงานอาชีพด้วย ความร่วมมืออย่างจริงจัง ของพนักงานทุกคน บริษัทฯ มีความผูกพัน ที่จะพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจหาให้พบและขจัด หรือควบคุม ความไม่ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามนโยบายที่กล่าวมานี้ บริษัทฯ จะ

  • 1

    ดำเนินการและพัฒนา ระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก. 18001, OHSAS 18001 อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฏหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ ที่องค์กรได้ทำข้อตกลงไว้

  • 2

    ดำเนินการปรับปรุงและป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร เครื่องมือ อัคคีภัย สารเคมี และอันตราย ซึ่งมีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป รวมทั้งควบคุมความเสี่ยงทุกระดับในองค์กรโดยกำหนดเป็นวัตถุประสงค์ด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยประจำปี และสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • 3

    ให้การสนับสนุนทรัพยากรทั้งในเรื่องบุคลากร เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรมที่เหมาะสมและเพียงพอ

  • 4

    กล่าวย้ำให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัท ทราบว่าการรักษาความปลอดภัย เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคน รวมทั้งความปลอดภัยนอกงาน

  • 5

    ทำการทบทวน และประเมินผลการดำเนินงานตามความเหมาะสม เพื่อทราบความก้าวหน้าและเพื่อให้แน่ใจว่า ปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัยนี้

ด้านสิ่งแวดล้อม

ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีการดำเนินการและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าสำโรงและโตโยต้าเกตเวย์ โดยทั้ง 2 โรงงาน ได้รับการรับรองระบบการจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001: 1996 ในระดับสากลตั้งแต่ปี 2540 ในโรงงานเกตเวย์และในปี 2541 สำหรับโรงงานสำโรง จากนั้นได้มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

จนได้รับการรับรองระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ฉบับใหม่ ISO 14001: 2004 ในปี 2548 ส่วนโรงงานประกอบ รถยนต์โตโยต้าบ้านโพธิ์นั้นได้รับการรับรองระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ISO 14001: 2004 ในปี 2551

โรงงานประกอบ มาตรฐานการจัดการ ปีที่ได้รับการรับรอง
เกตเวย์ ISO 14001 : 1996
ISO 14001 : 2004
1997 (พ.ศ. 2540)
2005 (พ.ศ. 2548)
สำโรง ISO 14001 : 1996
ISO 14001 : 2004
1998 (พ.ศ. 2541)
2005 (พ.ศ. 2548)
บ้านโพธิ์ ISO 14001 : 2004 2008 (พ.ศ. 2551)

ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

โรงงานประกอบ มาตรฐานการจัดการ ปีที่ได้รับการรับรอง
เกตเวย์ ISO 14001 : 1996
1997 (พ.ศ. 2540)
1997 (พ.ศ. 2540)
2005 (พ.ศ. 2548)
สำโรง ISO 14001 : 1996
ISO 14001 : 2004
1998 (พ.ศ. 2541)
2005 (พ.ศ. 2548)
บ้านโพธิ์ ISO 14001 : 2004 2008 (พ.ศ. 2551)

โตโยต้าใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต

ก่อนการผลิต

โตโยต้าเลือกใช้วัตถุดิบและสารเคมีต่างๆ ในการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยมีข้อกำหนดการใช้ที่เป็นรูปธรรมดังนี้

  • 1

    สารที่ห้ามใช้และสารเคมีควบคุมปริมาณการใช้งาน ได้แก่ วัตถุดิบหรือสารเคมีที่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก จำนวน 4 ชนิด คือ ตะกั่ว ปรอท แคดเมี่ยม สารเคมี จำนวน 512 ชนิด

  • 2

    ระบบตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ จากผู้ผลิตชิ้นส่วน

  • 3

    ตรวจสอบโลหะ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์โลหะที่ทันสมัย

การผลิต

ขั้นตอนการผลิตของรถโตโยต้า ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก โดยในแต่ละขั้นตอน จะติดตั้งระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัย เพื่อลดมลพิษ และของเสียในด้านต่างๆ ของการผลิต อาทิ มลพิษในอากาศ เสียงดัง น้ำเสีย เป็นต้น รวมถึงการจัดการของเสีย ทั้งของเหลว และของแข็งอย่างเป็นระบบ

  • 1

    การปั้มขึ้นรูป

    การปั้มขึ้นรถชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวถังรถ (AO Line) ประกอบด้วยขั้นตอนการปั้มขึ้นรูป ตัดขอบ เจาะรู พับขอบ ปัจจุบันโตโยต้า ใช้ระบบอัตโนมัติ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ที่มีความเที่ยงตรง แม่นยำ


    มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

    ระบบควบคุมเสียง
    • ใช้ระบบปิดโดยมีโครงสร้างพิเศษ สำหรับกันเสียงครอบเครื่องจักร
    • การใช้อุปกรณ์ครอบหู ป้องกันเสียง

    ระบบควบคุมของเสีย
    • น้ำมันที่ใช้แล้ว จากการผลิต จะนำเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงในเตาปูนซีเมนต์
    • เศษโลหะชิ้นใหญ่จะนำไปปั้มขึ้นรูปอีกครั้ง เพื่อทำเป็นชิ้นส่วนชิ้นเล็ก
    • เศษโลหะชิ้นเล็ก จะนำส่งโรงหลอมเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้ง
  • 2

    การเชื่อมตัวถัง

    การเชื่อมตัวถัง จะเริ่มการจากเชื่อมชิ้นงานย่อยโดยพนักงาน หลังจากนั้นจึงใช้หุ่นยนต์ เชื่อมส่วนประกอบหลัก เพื่อความแม่นยำและได้มาตรฐานสูงสุด รวมทั้งลดการใช้พลังงานและมลพิษด้วย


    มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

    ระบบควบคุมฝุ่นและไอระเหย
    • ใช้ตัวกรอง ดักจับฝุ่นในกระบวนการเชื่อม Catalytic Converter
    • อุปกรณ์ Wet Scrubber จะพ่นละอองน้ำเป็นฝอย เพื่อจับไอระเหยต่างๆ จากกระบวนการเชื่อม Catalytic Converter แล้วจึงนำไปบำบัดต่อไป
    • มีกิจกรรมการลด Spatter จากการเชื่อม
  • 3

    การพ่นสี

    กระบวนการพ่นสี เริ่มจากการล้างคราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกบนพื้นผิวตัวถัง จากนั้นจะนำไปชุบสีเคลือบพื้นสนิม ด้วยประจุไฟฟ้า ระบบ Cation E.D.P. แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการอุดตะเข็บเพื่อป้องกันการรั่วซึม พ่นสีรองพื้น และพ่นสีจริง


    มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

    ระบบจัดการอากาศเสีย
    • ใช้หุ่นยนต์ในการพ่นสี เพิ่มประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียสีได้ถึง 80%
    • ใช้ม่านน้ำเพื่อจับฝุ่นสี จากกระบวนการพ่นสี
    • ใช้เตาเผา RTO เพื่อเผาไอระเหยไฮโดรคาร์บอน จากการพ่นสี ซึ่งมีประสิทธิภาพ ลดไอระเหยได้ถึง 95%
    • ปี พ.ศ. 2550 โตโยต้าจะเปลี่ยนการใช้สีผสมทินเนอร์ มาเป็นสีที่ใช้น้ำในการทำละลาย ซึ่งจะลดมลพิษได้เป็นอย่างมาก

    โรงบำบัดน้ำเสีย

    โตโยต้าให้ความสำคัญ กับระบบบำบัดน้ำเสียเป็นอย่างมาก โดยได้ลงทุนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยที่สุด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยน้ำเสียจากการผลิตและการใช้เพื่ออุปโภคบริโภคภายในโรงงานทั้งหมด จะถูกนำเข้าบำบัดทั้งระบบเคมีและชีวภาพ โดยน้ำที่บำบัดแล้วจะถูกนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ภายในโรงงานเพื่อ


    • รดหลังคา ลดความร้อนในพื้นที่ปฎิบัติงาน
    • รดน้ำต้นไม้
    • เลี้ยงปลาในบ่อ
    • ใช้สำหรับการชักโครกในห้องน้ำ
    • ล้างพื้น
    • ผสมสารเคมีในระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 4

    ก่อนการประกอบ

    การจัดการชิ้นส่วน และอะไหล่ อย่างเป็นระบบ โดยการจัดหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และสะดวกในการนำไปประกอบต่อไป


    มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

    • พลาสติกที่ขึ้นรูปเสีย จะนำมาบด แล้วนำกลับไปหลอมใช้ใหม่
    • ระบบรวบรวมชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ครั้งละมากๆ เพื่อลดจำนวนเที่ยวของการขนส่งเข้าสู่โรงงานโตโยต้า เพื่อประหยัดพลังงาน และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ที่เกิดขึ้นจากการขนส่ง
  • 5

    การประกอบ

    การประกอบห้องเครื่อง ระบบช่วงล่าง และภายในห้องโดยสาร โดยตัวถังที่พ่นสีแล้ว จะถูกยกเคลื่อนมาตามสายพาน เพื่อประกอบเข้ากับระบบช่วงล่าง ประกอบเครื่องยนต์ และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องโดยสาร


    มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

    ระบบจัดการของเสีย
    • ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตชิ้นส่วน ให้ใช้วัสดุสำหรับหีบห่อ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กล่องพลาสติก ลดการใช้โฟมและกระดาษ เป็นต้น
    • ระบบการกำจัดขยะ โดยการแยกขยะอย่างเป็นระบบ

    เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์

    โตโยต้า ได้ติดตั้งเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณโรงงานสำโรง เพื่อจุดประสงค์ในการประหยัดพลังงานโดยนำไฟฟ้าที่ได้ไปใช้ในห้องประชุมด้วย

การขนส่ง

ระบบการขนส่งรถที่ผลิตเสร็จจากโรงงาน สู่ผู้แทนจำหน่ายจะใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรทุกได้ครั้งละมากๆ รวมถึงระบบการจัดการเส้นทาางและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดจำนวนเที่ยว ทำให้ประหยัดน้ำมัน และลดควันเสีย

การใช้งาน

โตโยต้าได้วางแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการ โดยกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือกับบรรดาผู้แทนจำหน่ายกว่า 270 แห่งทั่วประเทศ เพื่อทำการปรับปรุงการดำเนินงานในแต่ละศูนย์บริการให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

คู่มือสำหรับตัวแทนจำหน่าย

โตโยต้าได้กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างละเอียด ครอบคลุมในทุกขั้นตอนเริ่มจาก ภูมิสถาปัตย์ การจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสม การสัญจร ขนาดมาตรฐานของศูนย์บริการ รวมถึงการตกแต่งและการใช้สี นอกจากนี้ยังกำหนดวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

คู่มือบริหารศูนย์บริการและอะไหล่ยอดเยี่ยม (TEDAS)

คือแผนงานจัดการที่โตโยต้าจัดทำขึ้นเพื่อให้ศูนย์บริการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยในหมวดที่เกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้าได้กำหนดข้อบังคับ วิธีการปฏิบัติ รวมถึงการประเมินผลอย่างครบถ้วน โตโยต้ามั่นใจว่าด้วยระบบ และกฏเกณฑ์ที่วางไว้อย่างเคร่งครัด จะนำมาซึ่งการปฎิบัติอย่างจริงจัง อันจะส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

การรับรองคุณภาพ ISO-14001

ปัจจุบันมีศูนย์บริการโตโยต้า ที่ได้ปรับปรุงและดำนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการรับรองมาตราฐาน ISO-14001 แล้วจำนวน 98 แห่ง และโตโยต้า ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการให้ครบทุกแห่งทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2549


การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในศูนย์บริการ

  • 1

    มาตรการด้านน้ำเสีย

    น้ำเสียจากการล้างรถ และชำระล้างชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงการอุปโภคบริโภค จะได้รับการบำบัดอย่างถูกต้องก่อนปล่อยสู่สาธารณะ

  • 2

    มารตรการลดมลพิษในอากาศ

    ฝุ่นละอองและไอระเหย จะถูกควบคุมเพื่อลดมลพิษทางอากาศให้น้อยที่สุด และถูกต้องตามกฏหมาย

  • 3

    มาตรการกำจัดของเสีย (ของเหลวและของแข็ง)

    • น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น และสารเคมีต่างๆ ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายแล้ว จะนำไปจัดเก็บอย่างปลอดภัยก่อนนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง
    • ขยะปนเปื้อน หรือขยะอันตราย จะคัดแยกออกจากขยะทั่วไป เพื่อส่งไปยังบริษัทรับกำจัดที่ถูกต้องตามกฏหมาย
  • 4

    มาตรการด้านเสียง

    • การใช้ครอบหู เพื่อกันเสียงสำหรับพนักงาน
    • การจัดสรรพื้นที่ ในศูนย์บริการโดยให้ตำแหน่งจุดซ่อมตั้ง อยู่ในระยะที่ห่างจากบริเวณต้อนรับให้มากที่สุด

การกำจัด

หนึ่งในมาตรการ ที่โตโยต้าให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือการรีไซเคิล (Recycle) หรือการนำวัสดุต่างๆ ในตัวรถยนต์กลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในขั้นตอนการใช้งาน และขั้นตอนสุดท้ายคือ สิ้นสุดอายุการใช้งานของรถยนต์

  • 1

    ขั้นตอนการใช้งาน

    การรวบรวมชิ้นส่วนกันชนรถจากตัวแทนจำหน่าย และนำมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลใหม่ เพื่อผลิตเป็นกันชน แผงกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง และแผงบุที่เก็บสัมภาระท้ายรถ เป็นต้น

  • 2

    ขั้นตอนสิ้นสุดการใช้งาน (ของเสีย)

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล สำหรับรถยนต์และในชิ้นส่วนที่ใช้งานแล้ว จนทำให้สามารถผลิตรถยนต์ที่มีวัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบได้มากกว่าร้อยละ 85* ของน้ำหนักรถ และมีแนวโน้มว่าจะใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในการผลิต ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดปริมาณของเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

*เฉพาะรถยนต์โตโยต้าที่ผลิตจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น