เกี่ยวกับบริษัท

24.11.2563

ตลาดรถยนต์เดือนตุลาคม ยอดขายรวม 74,115 คัน ลดลง 1.4%

Excel 2020 10 Newspaper202...
Excel 2020 10 Newspaper2020
Word Press Release (TH)
Word Press Release (TH)

        นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนตุลาคม 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 74,115 คัน ลดลง 1.4% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 22,461 คัน ลดลง 20.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 51,654 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 40,837 คัน เพิ่มขึ้น 9.3%

- ประเด็นสำคัญ

        ตลาดรถยนต์เดือนตุลาคมมีปริมาณการขาย 74,115 คัน ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 20.7% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศกำลังไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ  อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” โครงการ “คนละครึ่ง” และมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค อีกทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น ทำให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้นและกำลังซื้อมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ 

        ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 9 เดือน มีปริมาณการขาย 534,765 คัน ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 38.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 24.2% เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 

        ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 10 เดือน มีปริมาณการขาย 608,880 คัน  ลดลง 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 36.8% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 20.9% เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีมาตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตามจากการที่ภาครัฐฯ ออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และผู้บริโภคให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้เช่นกัน นอกจากนี้ในด้านของตลาดรถยนต์ บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆพยายามอย่างเต็มที่ในช่วงปลายปี ที่จะดึงดูดความสนใจและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกกลยุทธ์ต่างๆ การบริการหลังการขาย เพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายนมีทิศทางที่ดีขึ้น 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนตุลาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 74,115 คัน ลดลง 1.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า25,709 คัน
ลดลง 3.6%
ส่วนแบ่งตลาด 34.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
17,174 คัน
เพิ่มขึ้น 44.8%
ส่วนแบ่งตลาด 23.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า9,011 คัน
ลดลง 7.2%
ส่วนแบ่งตลาด  12.2%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 22,461 คัน ลดลง 20.7%         

อันดับที่ 1 ฮอนด้า
7,233 คัน
ลดลง 6.9%
ส่วนแบ่งตลาด 32.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
6,245 คัน
ลดลง 32.0%
ส่วนแบ่งตลาด 27.8%
อันดับที่ 3 นิสสัน2,602 คัน
เพิ่มขึ้น 0.0%ส่วนแบ่งตลาด  11.6%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 51,654 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
19,464 คัน
เพิ่มขึ้น 11.3%
ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
17,174 คัน
เพิ่มขึ้น 44.8%
ส่วนแบ่งตลาด 33.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ2,985 คัน
ลดลง 23.8%ส่วนแบ่งตลาด  5.8%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 40,837 คัน เพิ่มขึ้น 9.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
16,622 คัน
เพิ่มขึ้น 6.3%
ส่วนแบ่งตลาด 40.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
16,010 คัน
เพิ่มขึ้น 51.5%
ส่วนแบ่งตลาด 39.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
2,985 คัน
ลดลง 23.8%ส่วนแบ่งตลาด 7.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,127 คัน
 โตโยต้า 2,783 คัน- มิตซูบิชิ 816 คัน - ฟอร์ด 452 - คัน- อีซูซุ 70 คัน - เชฟโรเลต 6 คัน 

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 36,710 คัน เพิ่มขึ้น 11%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
15,940 คัน
เพิ่มขึ้น 59.8%
ส่วนแบ่งตลาด 43.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
13,839 คันเพิ่มขึ้น 1.5%
ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด
2,198 คัน
ลดลง 29.6%ส่วนแบ่งตลาด 6.0%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – ตุลาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 608,880 คัน ลดลง 27.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
182,840 คัน
ลดลง 33.7%ส่วนแบ่งตลาด 30.0%
อันดับที่ 2 อีซูซุ140,700 คัน
เพิ่มขึ้น 2.1%ส่วนแบ่งตลาด 23.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
74,058 คัน
ลดลง 31.0%ส่วนแบ่งตลาด 12.2%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 211,222 คัน ลดลง 36.8%       

อันดับที่ 1 ฮอนด้า
61,665 คัน
ลดลง 25.3%
ส่วนแบ่งตลาด 29.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
51,921 คัน
ลดลง 47.0%
ส่วนแบ่งตลาด 24.6%
อันดับที่ 3 นิสสัน
21,951 คัน
ลดลง 27.9%
ส่วนแบ่งตลาด 10.4%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 397,658 คัน ลดลง 20.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
140,700 คัน
เพิ่มขึ้น 2.1%
ส่วนแบ่งตลาด 35.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
130,919 คัน
ลดลง 26.4%
ส่วนแบ่งตลาด 32.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
27,814 คัน
ลดลง 32.5%
ส่วนแบ่งตลาด 7.0%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 315,184 คัน ลดลง 22.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
130,323  คัน
เพิ่มขึ้น 4.2%
ส่วนแบ่งตลาด 41.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
112,207 คัน
ลดลง 29.4%
ส่วนแบ่งตลาด 35.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
27,814 คัน
ลดลง 32.5%ส่วนแบ่งตลาด 8.8%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 31,746 คัน
โตโยต้า 14,267 คัน – มิตซูบิชิ 7,386 คัน – อีซูซุ 4,225 คัน – ฟอร์ด 4,022 คัน – นิสสัน 1,174 คัน –เชฟโรเลต 672 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 283,438 คัน ลดลง 20.3%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
126,098 คัน
เพิ่มขึ้น 7.7%
ส่วนแบ่งตลาด 44.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
97,940 คัน
ลดลง 28.2%
ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
20,428 คัน
ลดลง 31.5%ส่วนแบ่งตลาด 7.2%