เกี่ยวกับบริษัท

24.08.2563

ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม ยอดขายรวม 59,335 คัน ลดลง 26.8%

Word Press Release (TH)
Word Press Release (TH)
Excel 2020 07 Newspaper202...
Excel 2020 07 Newspaper2020

        นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกรกฎาคม 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 59,335 คัน ลดลง 26.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 18,500 คัน ลดลง 43.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 40,835 คัน ลดลง 15.4% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 32,707 คัน ลดลง 15.9%

- ประเด็นสำคัญ

        ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคมมีปริมาณการขาย 59,335 คัน ลดลง 26.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 43.6% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสถานการณ์การขายของเดือนกรกฎาคม มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ซึ่งทำให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงมาตรการช่วยเหลือการท่องเที่ยวในประเทศ "เราเที่ยวด้วยกัน" เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อให้เกิดการใช้จ่าย ซึ่งส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ 

        ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 7 เดือน มีปริมาณการขาย 387,939 คัน  ลดลง 35.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 42.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 31.7% เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไม่เพียงแต่ตลาดรถยนต์ไทย แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและทั่วโลกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง 

        สำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ จากการที่ภาครัฐฯ ได้ดำเนินการผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ ภายใต้มาตรการที่กำหนด และการควบคุมสถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงการเริ่มมีการจัดงานส่งเสริมการขายรถยนต์ ได้แก่ งาน Bangkok International Motor Show 2020 และงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2020 ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงเดือนสิงหาคม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในเดือนสิงหาคมมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 59,335 คัน ลดลง 26.8% 

อันดับที่ 1 โตโยต้า17,553 คัน
ลดลง 31.9%
ส่วนแบ่งตลาด 29.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
15,477 คัน
เพิ่มขึ้น 11.9%
ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า6,034 คัน
ลดลง 45.3%
ส่วนแบ่งตลาด  10.2%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 18,500 คัน ลดลง 43.6%                  

อันดับที่ 1 ฮอนด้า
5,217 คัน
ลดลง 39.6%ส่วนแบ่งตลาด 28.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
5,042 คัน
ลดลง 43.5%ส่วนแบ่งตลาด 27.3%
อันดับที่ 3 นิสสัน
2,136 คัน
ลดลง 19.4%
ส่วนแบ่งตลาด 11.5%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,835 คัน ลดลง 15.4%                   

อันดับที่ 1 อีซูซุ
15,477 คัน
เพิ่มขึ้น 11.9%
ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
12,511 คัน
ลดลง 25.7%
ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ3,100 คัน
ลดลง 21.7%ส่วนแบ่งตลาด  7.6%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)  ปริมาณการขาย 32,707 คัน ลดลง 15.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
14,317 คัน
เพิ่มขึ้น 15.1%
ส่วนแบ่งตลาด 43.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
10,423 คัน
ลดลง 30.3%
ส่วนแบ่งตลาด 31.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
3,100 คัน
ลดลง 21.7%ส่วนแบ่งตลาด 9.5%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,987 คัน
 โตโยต้า 944 คัน- มิตซูบิชิ 859 คัน - อีซูซุ 517 - คัน- ฟอร์ด 425 คัน - นิสสัน 235 คัน - เชฟโรเลต 7 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,720 คัน ลดลง 13.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
13,800 คัน
เพิ่มขึ้น 17.7%
ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
9,479 คันลดลง 25.7%
ส่วนแบ่งตลาด 31.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
2,241 คัน
ลดลง 28.1%ส่วนแบ่งตลาด 7.5%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 387,939 คัน ลดลง 35.9%                            

อันดับที่ 1 โตโยต้า
111,775 คัน
ลดลง 43.3%ส่วนแบ่งตลาด 28.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ91,531 คัน
ลดลง 11.1%
ส่วนแบ่งตลาด 23.6%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
47,360 คัน
ลดลง 37.5%ส่วนแบ่งตลาด 12.2%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 138,216 คัน ลดลง 42.2%                             

อันดับที่ 1 ฮอนด้า39,735 คัน
ลดลง 30.9%
ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
34,968 คัน
ลดลง 49.5%
ส่วนแบ่งตลาด 25.3%
อันดับที่ 3 นิสสัน
14,777 คัน
ลดลง 34.8%
ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 249,723 คัน ลดลง 31.7%           

อันดับที่ 1 อีซูซุ
91,531 คัน
ลดลง 11.1%
ส่วนแบ่งตลาด 36.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
76,807 คัน
ลดลง 40.0%
ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
18,516 คัน
ลดลง 36.3%
ส่วนแบ่งตลาด 7.4%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 199,116 คัน ลดลง 33.0%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
84,890 คัน
ลดลง 10.1%
ส่วนแบ่งตลาด 42.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
66,688 คัน
ลดลง 41.6%
ส่วนแบ่งตลาด 33.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
18,516 คัน
ลดลง 36.3%ส่วนแบ่งตลาด 9.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 19,964 คัน
โตโยต้า 7,587 คัน – มิตซูบิชิ 4,677 คัน – อีซูซุ 3,465 คัน – ฟอร์ด 2,523 คัน – นิสสัน 1,067 คัน –เชฟโรเลต 645 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 179,152 คัน ลดลง 31.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
81,425 คัน
ลดลง 7.6%
ส่วนแบ่งตลาด 45.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
59,101 คัน
ลดลง 39.4%
ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
13,839 คัน
ลดลง 35.1%ส่วนแบ่งตลาด 7.7%