สิ่งแวดล้อม

โตโยต้า จับมือ ภาครัฐบาล และ โดวะ กรุ๊ป ร่วมเปิด “โครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดการ ของเสียจากซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

14.12.2560

      พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มร. คิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด มร. โยชิเอกิ สุกะวาระ ประธานบริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด ในฐานะผู้แทนของ โดวะ กรุ๊ป และตัวแทนจากหน่วยงานราชการภาคส่วนต่างๆ ร่วมเปิด “โครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดการของเสียจากซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ณ ห้องบอลรูม A โรงแรม แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 57 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา

     จากสถานการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ประกอบกับวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของ
โตโยต้า ที่ว่า อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน จึงได้เกิดเป็นพันธสัญญา
ที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2593 ภายใต้ชื่อ “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593” ซึ่งประกอบด้วยความท้าทาย 6 ประการ โดยหนึ่งในนั้นคือ 
ความท้าทายในการเสริมสร้างสังคมและระบบที่เน้นการรีไซเคิล ที่มุ่งเน้นในการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยืดอายุการใช้งานของอะไหล่ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆสำหรับการรีไซเคิล รวมถึงการนำชิ้นส่วนของรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล และกำจัดของเสียหรือวัตถุอันตรายจากซากรถยนต์อย่างเหมาะสม

     เพื่อเป็นการตอบสนองกับความท้าทายดังกล่าวในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลกที่ริเริ่มการจัดการซากรถยนต์จากการดำเนินงานบริษัทรีไซเคิลซากรถยนต์ “โตโยต้า เมทัล” ขึ้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่
ปี พ.ศ. 2513 โตโยต้าจึงมุ่งมั่นในการขยายผลความสำเร็จ ผ่านการเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ ทั้งในด้านระบบและเทคโนโลยีในการรีไซเคิลรถยนต์ของโตโยต้า และบริษัทในเครือ ผ่านโครงการ “Toyota Global 100 Dismantlers” ที่มีเป้าหมายในการจัดตั้งสถานที่คัดแยกและรีไซเคิลซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวน 100 แห่งทั่วโลก ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยโตโยต้าได้ริเริ่มให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบแห่งแรกในอาเซียน เนื่องจากประเทศไทยมีรถยนต์จดทะเบียนสะสมจำนวนมาก และยังไม่มีระบบที่เหมาะสมในการจัดการของเสียจากซากรถยนต์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยสารทำความเย็นในรถยนต์ อันได้แก่ สารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFCs) ที่ทำให้โอโซนในชั้นบรรยากาศลดลง และสารไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน (HFCs) หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 124 – 14,800 เท่า*

     เพื่อเป็นการจุดประกายให้สังคมเห็นความสำคัญในการป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดซากรถยนต์ จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมโรงงานอุตสาหกรรม จากภาคเอกชน คือ บริษัทโตโยต้า และบริษัทในเครือ รวมถึง บริษัท เวสท์ แมเนจเม้นท์ สยาม จำกัด ในฐานะผู้แทนของ โดวะ กรุ๊ป ในการดำเนินการ “โครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดการของเสียจากซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเกิดระบบคัดแยกและรีไซเคิลชิ้นส่วนต่างๆของซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำจัดของเสียและวัตถุอันตรายจากซากรถยนต์อย่างถูกต้อง 

     โครงการฯ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2560 จากการจัดตั้งทีมงาน ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อศึกษารูปแบบในการจัดการของเสียจากซากรถยนต์ที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยได้นำต้นแบบการจัดการของประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ เกิดเป็นการดำเนินการโครงการทดลองในปีแรก เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา โดยใช้เทคโนโลยีและสถานที่ของ บริษัท กรีน เมทัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (ภายใต้บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด) ในการคัดแยกชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์ พร้อมนำสาร CFCs HFCs และของเสียที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น น้ำมันเครื่อง สารหล่อเย็น น้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนวัตถุอันตราย เช่น ถุงลมนิรภัย ออกจากตัวรถ ก่อนที่จะส่งต่อไปทำลาย หรือรีไซเคิล ในรูปแบบที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีและสถานที่ ของ บริษัท บางปู เอนไวรอนเมนทอลคอมเพล็กซ์ จำกัด และ บริษัท อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอนไวรอนเมนทอลคอมเพล็กซ์ จำกัด (ภายใต้โดวะ กรุ๊ป)

     นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด 
กล่าวในงานว่า “การเปิดโครงการในวันนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโตโยต้า ที่ได้ร่วมมือกับภาครัฐบาล และพันธมิตรทางธุรกิจ ในการเริ่มต้นจัดการของเสียจากซากรถยนต์อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีแรกเราจะมุ่งเน้นไปที่ การเผยแพร่ความสำคัญของการจัดการของเสียจากซากรถยนต์ที่ถูกต้องแก่สังคมไทย รวมถึงการสร้างเครือข่าย ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ที่โตโยต้าและพันธมิตรของเราได้สั่งสมมาจากการดำเนินงาน และในอนาคตเราคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะ กระตุ้นให้เกิดการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างเป็นรูปธรรมและยังเป็นการจุดประกายให้เกิดความยั่งยืนของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมการรีไซเคิลในประเทศไทยอีกด้วย อันจะเป็นการขับเคลื่อนความสุขสู่ประเทศไทยอย่างแท้จริง” 

สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียร์ริ่ง แอนด์ เมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด 
มร. ทัตสึโร่ ทาคามิ
     จากความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2558 โตโยต้าจึงได้ประกาศพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593 เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มผลกระทบเชิงบวก ซึ่งประกอบไปด้วยความท้าทาย 6 ประการ โดยหนึ่งในความ
ท้าทายดังกล่าวนั้นคือการเสริมสร้างสังคมและระบบที่เน้นการรีไซเคิล

     โตโยต้ามุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจยานยนต์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

     กลุ่มบริษัทโตโยต้าและบริษัทในเครือได้จึงร่วมมือในการริเริ่มโครงการ “Toyota Global 100 Dismantlers” ที่มุ่งเน้นในการพัฒนากระบวนการรวบรวมและคัดแยกชิ้นส่วนจากซากรถยนต์จากทั่วโลก อย่างเหมาะสม โดยเราได้เริ่มต้นโครงการดังกล่าวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และได้เลือกประเทศไทย
เป็นแห่งแรกในการศึกษาพัฒนาโครงการ ซึ่งในอนาคตเรามีความมุ่งมั่นที่จะขยายโครงการออกสู่ทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมการรีไซเคิลของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างยั่งยืน

สารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ

     ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของโตโยต้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค 
ซึ่งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้นำกลุ่มธุรกิจยานยนต์ของประเทศ มีความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งต่อลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ และเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสู่ความสำเร็จของโตโยต้า
ในประเทศไทย

     จากพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593 โตโยต้าตระหนักดีว่าการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่นั้นเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาสร้างสรรค์สังคมและระบบที่เน้นการรีไซเคิลให้เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

     กลุ่มบริษัทโตโยต้า และโดวะ กรุ๊ป มีประสบการณ์ในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการรีไซเคิลรถยนต์มากว่า 40 ปี เราจึงได้ร่วมมือกันในการศึกษา และพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างให้เกิดระบบการจัดการของเสียจากซากรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทย อันจะเป็นการขับเคลื่อนความสำเร็จสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข


General Surasak Karnjanarat, Minister of Natural Resources and Environment; Mrs. Sunee Piyapanpong, Director General of Pollution Control Department; Representatives from Department of Industrial Works; Representatives from Industrial Estate Authority of Thailand; Mr. Ninnart Chaithirapinyo, Chairman of Toyota Motor Thailand Co., Ltd., Mr. Kiyoyoshi Oba, President of Toyota Tsusho (Thailand) Co., Ltd., Mr. Yoshiaki Sugawara, President of Waste Management Siam Ltd. on behalf of DOWA Group and representatives from the Thai Government jointly announced the launch of a Feasibility Study on the “End of Life Vehicle Green Recycling Project in Thailand” at a joint press conference held in Bangkok on 14th December, 2017.

To inspire Thai people to think about the environmental problems around them; and to support the development of a sustainable automotive industry structure in Thailand through End of Life Vehicle management, Toyota Group is cooperating with several government sectors; Pollution Control Department, Industrial Estate Authority of Thailand, Department of Industrial Works, and private sectors; Waste Management Siam Ltd. on behalf of DOWA Group to establish a task force team to kick off this feasibility study in Thailand. The main objective of this feasibility study is to evaluate technical feasibility such as dismantling of End of Life Vehicle, recovery of CFCs/HFCs, and collection of parts and materials at a pilot plant.

Toyota is the first automobile company in the world to initiate End of Life Vehicle Recycling with the operation of “Toyota Metal” in Japan which started in 1970. To further expand Toyota group’s knowledge and knowhow of advanced technology for End of Life Vehicle management to other societies, Toyota has established “Toyota Global 100 Dismantlers project”. Through this project, we aim to establish social systems for End of Life Vehicle proper treatment in 100 locations around the world by 2050 without imposing regional environmental impact. Thailand is the first country in ASEAN region to adopt Toyota group’s dismantling plant model as there are many registered vehicles in Thailand but no proper End of Life Vehicle dismantling system. If End of Life Vehicles are inappropriately abandoned or dismantled, it may cause global warming due to the release of refrigerants in mobile air conditioning systems e.g. CFCs gas, HFCs gas. These greenhouse gases affect global warming 124 – 14,800 times* of CO2. 

Since April 2017, the project started with establishment of the End of Life Vehicle Recycling task force through collaboration among Government agencies, Toyota group and also DOWA group for feasibility study of End of Life Vehicle management. In November 2017, we started vehicle dismantling operation trial at Green Metals (Thailand) Co., Ltd. (Toyota Tsusho Thailand), focusing on recovery of CFCs, HFCs, and hazardous wastes such as airbags, lubricant oil from vehicles .etc. These were sent to Bangpoo Environmental Complex Co., Ltd. and Eastern Seaboard Environmental Complex Company Ltd. (DOWA Group) for proper treatment. 

“It is a pleasure for Toyota to join hands with the government and our business partners to start this project. We are going to focus on sharing the necessity of appropriate dismantling of End of Life Vehicles to Thai society. We hope our project can inspire Thai people to realize and take more action in protecting the environment and also to create sustainability of the recycling industry in Thailand in the near future,” said Mr. Ninnart Chaithirapinyo, Chairman of Toyota Motor Thailand Co., Ltd.

Top management Message 
1) President of Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing Co., Ltd. (Mr. Tatsuro Takami)

     With the aim of sustainable development and contributing to the environment, in October 2015, Toyota had announced the Toyota Environmental Challenge 2050 which lists six challenges to ultimately create a net positive impact to environment. This includes a challenge on of establishing a recycling-based society and systems. 

     Toyota will take the leadership role among automotive company to develop effective and advanced recycling technologies. Through this effort, we aim to build a sustainable relationship between the economy, society and the environment. 

     Toyota Group and partners initiated the Toyota Global 100 Dismantlers Project around the world. This project aims to develop a scheme that optimizes collection and processing of resources from end-of-life vehicles. Toyota intends to start resource recycling system in Asia Pacific, starting in Thailand and expand to Asia Pacific, creating a new recycling industry. 

2) President of Toyota Motor Thailand Co., Ltd. (Mr. Michinobu Sugata) 
     Thailand is a regional production and export hub for Toyota. Toyota Motor Thailand has become the leader of automotive industry in terms of sales in the country. Toyota would like to thank all our loyal customers who have played an important role in the success of Toyota in Thailand. 

     Based on the Toyota Environmental Challenge 2050, we recognize that the recycling of resources is essential to the achievement of sustainable development, and we aim to develop a recycling-based society in near future.

     Toyota group and DOWA group have more than 40 years’ experiences in Car recycling and innovative technologies, we will continue to study and develop these technologies through the first environmental friendly dismantling facility in Thailand to achieve even better results in the future.