การตลาด

22.09.2563

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ยอดขายรวม 68,883 คัน ลดลง 12.1%

Word ยอดขายรถยนต์เดือนสิง...
Word ยอดขายรถยนต์เดือนสิงหาคม 2563
Excel 2020 08 Newspaper202...
Excel 2020 08 Newspaper2020

        นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 68,883 คัน ลดลง 12.1% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 21,300 คัน ลดลง 30.3% รถเพื่อการพาณิชย์ 47,583 คัน ลดลง 0.5%ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 37,035 คัน ลดลง 3.1%

- ประเด็นสำคัญ

        ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคมมีปริมาณการขาย 68,883 คัน ลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 30.3% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นผลจากสถานการณ์ COVID-19 แต่อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่ายอดขายโดยรวมของเดือนสิงหาคมปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีชึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่4 หลังจากที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการโดยทั่วไป ส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ 

        ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือน มีปริมาณการขาย 448,006 คัน  ลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 40.7% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 28.1% เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไม่เพียงแต่ตลาดรถยนต์ไทย แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและทั่วโลกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง 

        สำหรับเดือนสิงหาคมนี้ จากการที่ภาครัฐฯ ได้ดำเนินการผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ ภายใต้มาตรการที่กำหนด ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลัง COVID-19 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และการควบคุมสถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงการเริ่มมีการจัดงานส่งเสริมการขายจากค่ายรถยนต์ ได้แก่ งาน Big Motor Sale 2020 ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,883 คัน ลดลง 12.1% 

อันดับที่ 1 โตโยต้า21,599 คัน
ลดลง 31.9%
ส่วนแบ่งตลาด 31.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
16,557 คัน
เพิ่มขึ้น 11.9%
ส่วนแบ่งตลาด 24.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า8,610 คัน
ลดลง 45.3%
ส่วนแบ่งตลาด  12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 21,300 คัน ลดลง 30.3%                  

อันดับที่ 1 ฮอนด้า
7,099 คัน
ลดลง 39.6%ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
5,278 คัน
ลดลง 43.5%ส่วนแบ่งตลาด 24.8%
อันดับที่ 3 นิสสัน
2,332 คัน
ลดลง 19.4%
ส่วนแบ่งตลาด 10.9%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 47,583 คัน ลดลง 0.5%                   

อันดับที่ 1 อีซูซุ
16,557 คัน
เพิ่มขึ้น 11.9%
ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
16,321 คัน
ลดลง 25.7%
ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ3,189 คัน
ลดลง 21.7%ส่วนแบ่งตลาด  6.7%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)  ปริมาณการขาย 37,035 คัน ลดลง 3.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
15,280 คัน
เพิ่มขึ้น 15.1%
ส่วนแบ่งตลาด 41.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
13,565 คัน
ลดลง 30.3%
ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
3,189 คัน
ลดลง 21.7%ส่วนแบ่งตลาด 8.6%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 3,752 คัน
 โตโยต้า 1,750 คัน- มิตซูบิชิ 934 คัน - ฟอร์ด 533 - คัน- อีซูซุ 422 คัน - นิสสัน 106 คัน - เชฟโรเลต 7 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 33,283 คัน เพิ่มขึ้น 0.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
14,858 คัน
เพิ่มขึ้น 17.7%
ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
11,815 คันลดลง 25.7%
ส่วนแบ่งตลาด 35.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
2,255 คัน
ลดลง 28.1%ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – สิงหาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 448,006 คัน ลดลง 32.9%                            

อันดับที่ 1 โตโยต้า
133,374 คัน
ลดลง 43.3%ส่วนแบ่งตลาด 29.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ108,088 คัน
ลดลง 11.1%
ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
55,970 คัน
ลดลง 37.5%ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 150,700 คัน ลดลง 40.7%                            

อันดับที่ 1 ฮอนด้า46,834 คัน
ลดลง 30.9%
ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
40,246 คัน
ลดลง 49.5%
ส่วนแบ่งตลาด 26.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน
17,109 คัน
ลดลง 34.8%
ส่วนแบ่งตลาด 11.4%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 297,306 คัน ลดลง 28.1%       

อันดับที่ 1 อีซูซุ
108,088 คัน
ลดลง 11.1%
ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
93,128 คัน
ลดลง 40.0%
ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
21,705 คัน
ลดลง 36.3%
ส่วนแบ่งตลาด 7.3%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 236,151 คัน ลดลง 29.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
100,170 คัน
ลดลง 10.1%
ส่วนแบ่งตลาด 42.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
80,253 คัน
ลดลง 41.6%
ส่วนแบ่งตลาด 34.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
21,705 คัน
ลดลง 36.3%ส่วนแบ่งตลาด 9.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 23,716 คัน
โตโยต้า 9,337 คัน – มิตซูบิชิ 5,611 คัน – อีซูซุ 3,887 คัน – ฟอร์ด 3,056 คัน – นิสสัน 1,173 คัน –เชฟโรเลต 652 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 212,435 คัน ลดลง 27.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
96,283 คัน
ลดลง 7.6%
ส่วนแบ่งตลาด 45.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
70,916 คัน
ลดลง 39.4%
ส่วนแบ่งตลาด 33.4%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
16,094 คัน
ลดลง 35.1%ส่วนแบ่งตลาด 7.6%

รูปภาพ