การจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคล

ขับอยู่ทุกวัน…แต่หลายคนไม่รู้! ความหมายจริงของสีป้ายทะเบียนรถ

ทุกคนคงทราบอยู่แล้วว่ารถยนต์ทุกคันในประเทศไทย ต้องได้รับการจดทะเบียนและต่อภาษีประจำปี ตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งถ้าเป็นรถใหม่ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน แต่หลายท่านอาจจะไม่เคยสังเกตว่าการจดทะเบียนรถยนต์มีการแบ่งประเภทของรถยนต์ไว้ตามลักษณะ และการใช้งานของรถ โดยสามารถสังเกตได้จากสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั้นๆ ที่จะมีลักษณะสีต่างกันออกไป โดยกรมขนส่งฯ ได้แบ่งประเภทรถยนต์ไว้ 18 ประเภท ซึ่งรถยนต์ประเภทที่เราใช้งานทั่วๆไปจะมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ

  • 1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รย.1)
  • 2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2)
  • 3. รถบรรทุกส่วนบุคคล (รย.3)

บทความนี้จะขออธิบายข้อแตกต่างของรถ 3 ประเภทนี้ รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะตัว ซึ่งถ้ามีการทำการดัดแปลงต้องมีการแจ้งกับทางนายทะเบียนทราบ

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)

รถประเภทนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะ!! เพราะเป็นรถที่สามารถเจอได้ตามท้องถนนมากที่สุดนั่นก็คือรถเก๋ง หรือ รถรย.1 ทั้งนี้รถประเภทนี้จะมีข้อกำหนด คือ ต้องเป็นรถที่ไม่เกิน 7 ที่นั่ง และรถประเภทนี้ยังจะรวมถึงรถ Motor Home อีกด้วย

รถแบบไหนเข้าข่าย รย.1 ? คือรถเก๋งทุกรุ่นทุกยี่ห้อ, รถกระบะ 4 ประตู, รถอเนกประสงค์แบบ PPV, Motor Home ที่ดัดแปลงจากรถกระบะ

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็น รย.1 ? ดูที่ป้ายทะเบียนได้เลย!! ป้ายของรย.1 คือ พื้นขาว ตัวอักษรสีดำ

ตัวอย่างแผ่นป้ายทะเบียน

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม :

สำหรับรถยนต์เฉพาะกิจ (Motor Home) ที่นำรถกระบะมาดัดแปลงจะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2)

รถที่ “บรรทุกคนได้เยอะกว่ารถทั่วไป” แต่ยังคงเป็นรถใช้งานส่วนตัว ไม่ใช่รถโดยสารสาธารณะ นั่นคือรถตู้ หรือ รย.2 ครับ รถประเภทนี้มีข้อกำหนดคืจำนวนที่นั่งมากกว่า 7 ที่ เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่เยอะ ครอบครัวใหญ่

รถแบบไหนเข้าข่าย รย.2 ? คือรถตู้ส่วนบุคคล, รถสองแถวส่วนบุคคล, รถตู้สำหรับครอบครัว หรือบริษัท

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็น รย.2 ? สังเกตง่ายมาก!! พื้นขาว ตัวอักษรสีฟ้า ต่างจากรถเก๋งที่เป็นตัวตัวอักษรสีดำ

ตัวอย่างแผ่นป้ายทะเบียน

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม :

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือรถยนต์ที่มีที่นั่งมากกว่า 11 ที่นั่ง จะได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต แต่ถ้านำไปดัดแปลงเป็น 10 ที่นั่งหรือต่ำกว่า จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มทันที

รถบรรทุกส่วนบุคคล (รย.3)

สำหรับรถที่ใช้งานอเนกประสงค์ที่สุดในบ้านเรา ต้องยกให้รถกระบะตอนเดียวหรือรถกระบะตอนครึ่ง โดยส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในประเภท รถรย.3รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบรรทุกของใช้งานส่วนตัวหรือในธุรกิจโดยมากจะถูกนำไปดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ติดตู้ทึบ ติดตั้งคอก และดัดแปลงช่วงล่าง การดัดแปลงต่างๆ ต้องนำรถไปตรวจสภาพ และแจ้งกับนายทะเบียนกรมขนส่งฯ ทั้งนี้งานที่มีผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของรถ เช่น เปลี่ยนแปลงช่วงล่าง การเสริมแหนบ เปลี่ยนเพลา ของรถกระบะต้องแนบใบวิศวกรรมเพิ่มเติม รถหลังการดัดแปลงต้องมีความสูงจากพื้นไม่เกิน 3 เมตร และน้ำหนักรถ ไม่เกิน 2.2 ตัน

ตัวอย่างเล่มหลังมีการดัดแปลง

(ตัวอย่างเป็นรถตู้ทึบ มีการเสริมแนบและเปลี่ยนเพลา)

ตัวอย่างใบวิศวกรรม

รถแบบไหนเข้าข่าย รย.3 ? คือรถกระบะทั่วไป, รถกระบะตู้เย็นหรือตู้ทึบ, รถตู้รถของ

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็น รย.3 แผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นขาว ตัวอักษรสีเขียว

ตัวอย่างแผ่นป้ายทะเบียน

สรุป

ประเภทรถยนต์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งทางกรมขนส่งฯ จะแบ่งตามลักษณะและการใช้งาน โดยสามารถสังเกตว่าเป็นรถประเภทใดได้จากสีป้ายทะเบียน ส่วนเรื่องการดัดแปลงหรือต่อเติมใดๆ ควรคำนึงถึงข้อกฎหมายต่างๆ เช่น ภาษีสรรพสามิต น้ำหนักรถ การดัดแปลงที่ต้องแจ้งกับนายทะเบียน

ดังนั้นการเข้าใจข้อกำหนดของการจดทะเบียนรถเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถจดทะเบียน ต่อภาษี และดัดแปลงรถได้อย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย และใช้งานได้อย่างปลอดภัย

หมายเหตุ

  • * บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อมูลการดัดแปลง เท่านั้น รูปแบบและราคา เป็นการประมาณเบื้องต้น โปรดติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า หรือผู้ผลิตรถดัดแปลงโดยตรง
  • ** ส่วนติดตั้งเพิ่มเติมจากตัวรถยนต์ ส่วนควบ ชิ้นส่วนของรถยนต์ที่ถูกคัดแปลง และได้รับผลกระทบจากการตัดแปลงจะมีการประกอบ ติดตั้ง และรับประกันโดยผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นเพียงผู้สรุปข้อมูลจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เท่านั้น โดยอ้างอิงจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568

ข้อมูลต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมท่านสามารถศึกษาได้จากกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก

Toggle