Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player





เนื่องในโอกาสที่โรงสีข้าวรัชมงคล ซึ่งเป็นโรงสีข้าวตามแนวพระราชดำริครบรอบ 10 ปี จึงเป็นที่มาของการทำ “นาสวนรัชมงคล” เป็นการตอบสนองเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ "เศรษฐกิจพอเพียง" หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ให้สมดุลและพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

การทำไร่นาสวนผสม (Diversified farm or Mixed farm) หมายถึง ระบบการเกษตรที่เกษตรกรสามารถทำนาข้าว ปลูกพืชได้หลายชนิดรวมถึงการเลี้ยงสัตว์ เช่น ปลูกข้าว ไม้ผล พืชผัก เลี้ยงไก่ เป็ด เลี้ยงปลา เพื่อเป็นอาหารและขายเป็นรายได้ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรที่ดินให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิสูงสุด จะต้องมีการวางแปลงปลูกพืชพรรณให้เหมาะสมกับสภาพทางกายภาพของดินและที่ดิน โดยเฉพาะการนำวัสดุเหลือใช้จากผลิตผลอย่างหนึ่งไปเอื้อประโยชน์อีกอย่างหนึ่งในไร่นาแบบครบวงจร และการทำไร่นาสวนผสมจะต้องมีแหล่งน้ำเพื่อให้เพียงพอตลอดทั้งปี การปลูกพืชในแต่ละชนิดให้มีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปและปลอดสารพิษ โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำขึ้นเอง


พระราชดำริ "ทฤษฎีใหม่" เป็นแนวทางหรือหลักการในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาคือที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการเกษตรเพื่อเลี้ยงตัวเองได้ (Self Sufficiency) ประหยัดและมีความสามัคคีในชุมชน การดำเนินการทฤษฎีใหม่ ได้พระราชทานขั้นตอนดำเนินงาน ดังนี้


ให้แบ่งพื้นที่ ออกเป็น ๔ ส่วน ตามอัตราส่วน 30:30:30:10 ซึ่งหมายถึง
1. พื้นที่ส่วนที่หนึ่งประมาณ ๓๐% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำ เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืช ในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำและพืชน้ำต่าง ๆ สามารถเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ำ เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด ฯ ได้ด้วย
2. พื้นที่ส่วนที่สองประมาณ ๓๐% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันในครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี เพื่อ ตัดค่าใช้จ่ายและสามารถพึ่งตนเองได้
3. พื้นที่ส่วนที่สามประมาณ ๓๐% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือบริโภคก็นำไปจำหน่าย
4. พื้นที่ส่วนที่สี่ประมาณ ๑๐% ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ และโรงเรือนอื่น ๆ เช่น ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กอง ปุ๋ยหมัก โรงเรือน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัวหลังบ้าน เป็นต้น


- ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ
- คุณภาพของดิน เช่น การเตรียมดิน เพื่อรักษาสภาพของดิน เพราะพื้นที่นี้เป็นดินถม ปุ๋ยที่ใส่ก็เป็นปุ๋ยที่ทำขึ้นเอง

การเลี้ยงปลา : ในบ่อจะมีปลาดุก ในนาข้าวมีปลาตะเพียน เพื่อเป็นอาหารและรายได้เสริม
การเลี้ยงเป็ด : เลี้ยงประมาณ 20 ตัว จะหมุนเวียนทุก 10 เดือน เพื่อนำไข่มาเป็นอาหารในครัวเรือน โดยใช้เศษ อาหาร รำ และปลายข้าว จากผลผลิตการทำนา มาใช้เลี้ยงเป็ด

การตั้งโรงสีข้าวจะมีผลดีมากมาย เพราะสิ่งที่ได้จากโรงสีข้าวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเป็นแกลบ รำข้าวที่เราได้สดๆ จากโรงสีทุกวันเกษตรกรสามารถมาซื้อในราคาถูกเพื่อนำไปเลี้ยงหมู ไก่ ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องไปขนมาจากที่ไกลๆ ซึ่งเป็นการครบวงจรเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ซึ่งพระองค์ท่านทรงคิดแต่ท่านไม่อธิบาย จนกระทั่งพวกเราได้มาลงมือทำเองถึงได้รู้ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น ที่พระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวโตโยต้าได้มีส่วนร่วมในการดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในการจัดสร้างโรงสีข้าวขึ้น


นาสวนรัชมงคลได้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้หมักขึ้นเอง จากวัสดุท้องถิ่น

วัสดุที่ใช้ แกลบจากโรงสี 1 ส่วน ผสมกับขี้วัวในท้องถิ่น 1 ส่วน + น้ำชีวภาพ (EM)

วิธีการทำ

นาสวนรัชมงคล : ได้จัดสรรตามพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัด เพื่อความเหมาะสมและสวยงามตาม Landscape ของโรงสีข้าวรัชมงคล
แรงงาน : จะเน้นคนๆ เดียวทำ สามารถดูแลทุกพื้นที่ได้ทั่วถึง
การจัดจำหน่าย : ให้กับพนักงานโตโยต้าและตัวแทนจำหน่าย