ติดต่อสอบถาม English

สมาร์ทคาราวาน 8,800 กม. โดย Hilux Vigo ช่วงที่ 5 ธรรมชาติสร้างสรร ที่ด้ามขวานทอง เส้นทาง หาดใหญ่ - กรุงเทพฯ

19/02/52 twitter facebook print
 

สมาร์ทคาราวาน 8,800 กม.

โดย TOYOTA HILUX VIGO SMART CAB

ทริป 5 ธรรมชาติสร้างสรร ที่ด้ามขวานทอง
(เส้นทาง : หาดใหญ่ - สตูล - ตรัง - กระบี่ - พังงา - ภูเก็ต - ระนอง - ชุมพร - ประจวบ - เพชรบุรี - กรุงเทพฯ)


         สู่การเดินทางครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับรูปแบบคาราวานท่องเที่ยวบนระยะทาง 8,800กม. ในทุกสภาพเส้นทางตามแนวตะเข็บชายแดนไทย โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้เชื้อเชิญสื่อมวลชนไทยสายยานยนต์ร่วมพิสูจน์สมรรถนะของ รถกระบะขวัญใจประชาชน โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ ในรุ่นสมาร์ท แค็บ รถกระบะที่ผลิตขึ้นจากคอนเซปป์เทคโนโลยีเพื่อขีดสุดแห่งความสะดวกสบาย ที่ให้ผู้ใช้มั่นใจในทุกจังหวะชีวิต เต็มที่ทุกกิจกรรมความสุข ด้วยกิจกรรมการเดินทางที่จะทำให้คุณรักเมืองไทยมากขึ้น
         สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานครั้งนี้ ใช้ระยะทางทั้งสิ้น 8,800กม. กับระยะเวลาในการเดินทางอย่างต่อเนื่องทั้งสิ้น 23 วัน ทั้งนี้การเดินทางแบ่งออกเป็น 5 ทริป ในแต่ละทริปจะมีสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วมการเดินทาง และใช้เวลาในการเดินทาง 5-6 วัน ซึ่งเป็นเส้นทางในช่วงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก  ในขณะที่ภาคใต้จะใช้เวลาในการเดินทาง 3-4 วัน โดยมี คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปล่อยรถเริ่มต้นการเดินทางสำหรับทริป แรก ณ หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552

ทริป 5 ธรรมชาติสร้างสรร ที่ด้ามขวานทอง
(เส้นทาง : หาดใหญ่ - สตูล - ตรัง - กระบี่ - พังงา - ภูเก็ต - ระนอง - ชุมพร - ประจวบ - เพชรบุรี - กรุงเทพฯ)


          คณะนักเดินทางชุดสุดท้าย อันประกอบไปด้วยสื่อมวลชนสายยานยนต์ และสายท่องเที่ยว เดินทางมาถึงหาดใหญ่ เพื่อรับหน้าที่ในการเดินทางเป็นทริปสุดท้าย พร้อมกับรถโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ จำนวน 9 คัน ที่จอดสงบนิ่งรอการทดสอบให้เห็นถึงสมรรถนะในการขับขี่ ความสะดวกสบายในการใช้งาน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
          ทริปสุดท้ายของการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวาน โดยโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ สภาพเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง มีบ้างบางวันที่เป็นทางขึ้นเขา ลงเขา แต่ก็ไม่ใช่เส้นทางที่ทำให้การเดินทางลำบาก หรือว่าต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากนัก และในทริปนี้ ขบวนคาราวานมีโอกาสต้อนรับผู้เข้าร่วมขบวนคาราวานที่มาจาก ลูกค้าโตโยต้า พิธาน และ โตโยต้าสงขลา อีกจำนวน 12 คัน
          ขบวนคาราวานเริ่มยาวขึ้นด้วยจำนวนรถที่มากกว่า 20 คัน ที่ต้องฝ่าฟันการจราจรกลางเมืองหาดใหญ่ จนกระทั่งมาถึงถนนหมายเลข 4 ผ่านอำเภอรัตภูมิ เข้าถนนหมายเลข 406 แวะพักผ่อนบริเวณน้ำตกบริพัตร ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำตลอดทั้งปี จากนั้นเดินทางต่อผ่านอำเภอควนกาหลง อำเภอเมืองสตูล แล้วเลี้ยวขวาบนถนน 416 ผ่านอำเภอท่าแพ อำเภอละงู เลี้ยวซ้ายไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ชมอ่าวนุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา หนึ่งในสองอุทยานแห่งชาติทางทะเลของจังหวัดสตูล ที่มีเกาะน้อยใหญ่ที่สำคัญๆ คือ เกาะเภตรา เกาะลิคี เกาะบุโหลน เกาะเขาใหญ่ เกาะละโละแบนแต เกาะหลานเหลียง และเกาะเปรามะ
          สำหรับที่อ่าวนุ่นนั้น มีเวิ้งอ่าวที่สวยงามเป็นวงโค้งที่มีเขาสูงเป็นฉากหลัง ภาพของหมู่เกาะ น้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายสีขาวนวล สัมผัสชีวิตชาวเรือ ขุนเขาและแมกไม้เขียวขจี ของอ่าวนุ่นที่สวยสดไม่แพ้ที่อื่น จากนั้นคณะคาราวานเดินทางต่อไปผ่านอำเภอทุ่งหว้า แวะชมแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน ที่แหลมหยงสตาร์นั้นมีลักษณะเป็นแหลมที่มีหินแปลกตางดงามมากๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งหินจะเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ บริเวณแหลมหยงสตาร์ยังได้ชมทิวทัศน์ในทะเลยามเย็น จากนั้นเดินทางผ่านอำเภอย่านตาขาว บนเส้นทางหมายเลข 404 มุ่งหน้าสู่จังหวัดตรัง สิ้นสุดการเดินทางในวันแรกด้วยระยะทาง 294 กิโลเมตร
          เช้าวันที่สองของการเดินทาง ขบวนคาราวานในส่วนของลูกค้าแยกย้ายกลับภูมิลำเนา ในขณะที่ขบวน สื่อมวลชนยังคงเดินทางมุ่งหน้าต่อไป โดยในวันนี้เป็นการเดินทางไกลด้วยระยะทางทั้งหมด 402 กิโลเมตร โดยมุ่งหน้าตามเส้นทางถนน 4046 ผ่านอำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ คลองท่อม แวะเที่ยวชมน้ำตกร้อน จากนั้นเดินทางต่อผ่านอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อำเภออ่าวลึก และอำเภอทับปุด และแวะรับประทานอาหารรสเลิศที่ ร้านปูดำ อำเภอโคกกลอย จังหวัดพังงา ที่ต้องบอกว่า อาหารแต่ละชนิดนอกจากจะมีรสชาดของความอร่อยแล้ว ยังต้องบอกว่ารสชาดของอาหารนั้นเผ็ดร้อนตามแบบฉบับอาหารเมืองใต้กันเลยทีเดียว
          หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันที่โคกกลอยกันเรียบร้อยแล้ว คณะสมาร์ทคาราวานเดินทางต่อ ผ่านอำเภอเมืองพังงา อำเภอท้ายเหมือง จากนั้นข้ามสะพานสารสินมุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต เข้าสู่อำเโคกกลอยกันเรียบร้อยแล้ว คณะสมาร์ทคาราวานเดินทางต่อ ผ่านอำเภอเมืองพังงา อำเภอท้ายเหมือง จากนั้นข้ามสะพานสารสินมุ่งหน้าสู่เกาะภูเก็ต เข้าสู่อำเภอถลาง ลัดเลาะริมหาดกมลา ป่าตอง แวะวางดอกไม้ให้แก่ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ณ อนุสรณ์สถานสึนามิ จากนั้นเดินทางผ่านชมหาดกะตะ และหาดกะรน ซึ่งเป็นชายหาดที่สวยงามขึ้นชื่อระดับโลก จากนั้นมุ่งหน้าสู่วัดมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่กำลังก่อสร้างพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ซึ่งจะเป็นพระใหญ่ประจำเมืองภูเก็ต ณ ยอดเขานาคเกิด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองผสมสูง 12 เมตร และพระพุทธรูปคอนกรีตเสริมเหล็กประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาวสุริยะกันต ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตรสูง 45 เมตร ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 
           สุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ ขบวนคาราวานไม่ลืมที่จะแวะชมทัศนียภาพยามอาทิตย์อัสดงที่แหลมพรหมเทพ และรับประทานอาหารเย็นที่ ร้านระย้า ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่มีอายุไม่น้อยกว่า 95 ปี อาหารแต่ละชนิดออกสไตล์อาหารจีน แต่รสชาดความอร่อยแล้วต้องบอกว่าระดับ 5 ดาว
          เช้าวันที่สามของการเดินทาง ที่วันนี้มีกำหนดการเดินทางเป็นระยะทาง 325 กิโลเมตร จากเกาะภูเก็ตมุ่งหน้าสู่จังหวัดระนอง ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะสมาร์ทคาราวานเดินทางเข้าในตัวเมืองภูเก็ตแวะชม บ้านชินประชา ซึ่งเป็นบ้านโบราณเก่าแก่สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส หลังแรก ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปและศิลปะจีน หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม หรือ อาคารแบบโคโลเนียล
          บ้านชินประชา นั้น ถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบยโคโลเนียล ประเภทคฤหาสน์หรือ อั่งม้อหลาว ซึ่งเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน อั่งม้อ แปลว่า ฝรั่ง หรือชาวต่างชาติ ส่วนคำว่า หลาว นั้นแปลว่า ตึกคอนกรีต บ้านชินปรชา สร้างขึ้นในปี พศ. 2446 ในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) ท่านถือกำเนิดในประเทศจีนมณฑลฮกเกี้ยน รับราชการทหารในตำแหน่ง บู๊เต็กจงกุน ต่อมาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พศ. 2397 หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนัง ในนามยี่ห้อ เหลียนบี้
          ส่วนพระพิทักษ์ชินประชา ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ต ในปี พศ. 2426 เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ ชิโน-โปรตุกีส เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่แป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเมืองจีน วัสดุส่วนอื่นของบ้านนั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต ในสมัยนั้นเฟื่องฟู เช่น รั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี เป็นต้น
          บ้านหลังนี้เดิมเคยเป็นสำนักงานดำเนินกิจการโพยก๊วน และรับซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ด้านหน้าตึกชั้นล่างทำประตูไม้สองชั้นแบบจีน ขนาบด้วยหน้าต่างข้างละบาน สลักลวดลายลงรักปิดทองสวยงาม เหนือประตูติดป้ายชื่อสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตรา ฮบหล่องฮวด ส่วนประตูชั้นในจารึกคำจีนที่มีความหมายมงคลว่า ให้ธุรกิจเจริญเฟื่องฟูงอกงาม ประตูชั้นนอกแกะสลักไม้เป็นลายดอกพุดตาน อันเป็นไม้มงคลในคติจีน
          ออกจากบ้านชินประชา ขบวนคาราวานเดินทางต่อไปยังอำเภอตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง เพื่อไปยังศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล ที่ฐานทัพเรือพังงา เข้าเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล ชมเตาะตนุที่มีการนำไข่มาจากเกาะหูหยง ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่เต่าที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งทะเลอันดามัน เกาะนี้ในอดีตหลายล้านปีเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลมากที่สุด ก่อนหน้าที่กองทัพเรือจะเก็บไข่เต่าโดยค้นพบจากชาวประมง ซึ่งกองทัพเรือได้ทำวิจัยที่เกาะนี้ประมาณ 12 ปี พบว่าแม่เต่าที่มาวางไข่ที่เกาะหูหยงส่วนใหญ่มาจากประเทศอินเดีย เมื่อวางไข่ที่เกาะหูหยงเสร็จแล้วจะว่ายน้ำไปประมาณ 10-12 วัน ไปที่อินเดียอยู่รอบๆ เกาะอันดามันเหนือและไปที่นิโคบา
          จากนั้นคณะสมาร์ทวีโก้คาราวานเดินทางต่อไปยังอำเภอตะกั่วป่า อำเภอคุระบุรี สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอุทยานแห่งชาติแหลมสน ชมความงามของหาดทราย ร่มรื่นไปด้วยป่าสนธรรมชาติ เป็นที่อยู่ของนกนานาชนิดอย่างน้อย 175 ชนิด โดยเป็นนกประจำถิ่นอย่างน้อย 122 ชนิด เช่น นกยางทะเล เหยี่ยวแดง นกกระแตแต้แว้ด นกอพยพที่ไม่ได้มาผสมพันธุ์ประมาณ 60 ชนิด เช่น นกปากแอ่นหางลาย นกสติ๊นท์คอแดง นกเด้าดิน นกนางนวลแกลบธรรมดา และนกอพยพตามฤดูกาล 12 ชนิด เช่น เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น นกจาบคาหัวเขียวนกจับแมลงสีฟ้าท้องขาว ในจำนวนนี้มีนกชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามระดับนานาชาติ คือ นกหัวโตมลายู ซึ่งจัดเป็นนกชนิดหนึ่งในสองชนิดของนกที่พบในเขตอุทยานที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยด้วย โดยอีกชนิดหนึ่งคือ นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่
          ออกจากอุทยานแห่งชาติแหลมสน เดินทางต่อเข้าจังหวัดระนอง แวะพักผ่อนหย่อนใจที่เขาหญ้า ก่อนเข้าพักแรมเป็นคืนสุดท้ายของการเดินทางที่โรงแรม ทินิดี ระนอง
          เช้าวันสำคัญของการเดินทางเพื่อทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้นภาระกิจของคาราวาน 8,800 กม. คณะวีโก้สมาร์ทคาราวาน ออกเดินทางตามถนนหมายเลข 4  ผ่าน คอคอดกระ มีระยะทางจากฝั่งทะเลตะวันตกจรดฝั่งตะวันออกกว้างเพียง 50 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนนี้นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่ในสมัยพระนารายณ์มหาราช ในการที่จะขุดคลองตัดผ่านจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 4 ฝรั่งเศสคิดจะขุดคอคอดกระเพื่อร่นระยะทางในการเดินเรือจากฝั่งทะเลอันดามันข้ามมายังฝั่งอ่าวไทย โดยไม่ต้องอ้อมไปทางแหลมมลายู แต่เนื่องด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับอังกฤษที่เป็นเจ้าของกิจการท่าเรือในปีนังและสิงคโปร์โครงการนี้จึงระงับไป จากนั้นแวะชิมชาลาเปาทับหลี ที่ขึ้นชื่อของภาคใต้ พร้อมออกเดินทางผ่านชุมพร ตามถนนหมายเลข 4 ผ่านอำเภอท่าแซะ บางสะพานน้อย บางสะพาน ทับสะแก ก่อนที่จะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่อุทยานแห่งชาติ วนกร
          หาดวนกร เป็นชายหาดอันลือชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะเป็นหาดทราย ขาวสะอาด ทอดตัวเป็นแนวยาวสลับกับหัวกรังที่ยืนลงไปในทะเลเป็นตอน ๆ เหนือขึ้นมาบนชายฝั่งมีทิวสนทะเล และสนประดิพันธ์เป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล ตั้งแต่คลองน้ำจืดจนถึงบ้านห้วยยาง หาดทรายเมื่อน้ำลงต่ำสุด จะยื่นออกไปในทะเล ประมาณ 150 เมตร เป็นชายหาดที่ยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติโดยแท้ เหตุที่ได้ชื่อว่า "หาดวนกร" เพราะเป็นสถานที่ฝึกนิสิตวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่อดีตแสนนานจนถึงปัจจุบัน
          คณะวีโก้สมาร์ทคาราวาน   เดินทางตามเส้นทางสาย 4 ไปยัง ประจวบคีรีขันธุ์ เพชรบุรี ผ่านจังหวัดราชบุรี  เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร คณะวีโก้สมาร์ทคาราวาน เดินทางกว่า 8,800 กิโลเมตร กับการเดินทางที่จะทำให้คุณรักเมืองไทยมากขึ้น สิ้นสุดการเดินทางที่ สยามนิรมิตร ถือเป็นการเดินทางที่ท้าทายและเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเดินทางท่องเที่ยวรอบเมืองไทย  ในทุกสภาพเส้นทางและทุกสภาพภูมิ ประเทศ และภูมิอากาศที่เป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง สมรรถนะ ความสะดวกสบาย ที่คุณจะหาได้ใน    โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ท แค็บ 







Untitled Document